การได้นั่งอยู่ในรถของคุณเอง ท่ามกลางสัตว์ป่าที่เดินเพ่นพ่านไปมาอย่างอิสระ เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นกว่าการไปสวนสัตว์ทั่วไป ภายในรถคือพื้นที่ปลอดภัยของคุณ ในขณะที่อีกฟากหนึ่งของกระจกคือโลกของสัตว์ป่าที่น่าหลงใหล

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับการเที่ยวซาฟารีแบบไดรฟ์ทรู ตั้งแต่วิธีการเที่ยวชม สัตว์ที่อาจได้พบ ไปจนถึงการเตรียมตัวก่อนไป เพื่อให้การผจญภัยของคุณเต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ

ไดรฟ์ทรูซาฟารีพาร์คคืออะไร

ไดรฟ์ทรูซาฟารีพาร์คคือพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ที่จำลองสภาพแวดล้อมธรรมชาติของสัตว์ป่า โดยให้ผู้มาเยือนสามารถขับรถส่วนตัวหรือรถนำเที่ยวผ่านเข้าไปได้ สัตว์ต่างๆ จะอาศัยอยู่อย่างอิสระในพื้นที่ที่กว้างขวาง ซึ่งแตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปที่สัตว์ถูกขังอยู่ในกรง

แนวคิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากซาฟารีในแอฟริกา โดยนำเสนอประสบการณ์ที่ใกล้ชิดกับสัตว์ป่ามากกว่า โดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงแอฟริกา ในประเทศไทย ตัวอย่างที่โดดเด่นคือ Safari World Bangkok ซึ่งเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 1988 และกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับทั้งคนไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ

วิธีการเที่ยวชม: เลือกรูปแบบที่ใช่สำหรับคุณ

การเที่ยวชมซาฟารีพาร์คมีสองวิธีหลัก แต่ละวิธีมีข้อดีที่แตกต่างกัน

ขับรถส่วนตัว

การขับรถส่วนตัวเป็นวิธีที่ได้รับความนิยมและให้อิสระสูงสุด คุณสามารถขับชมได้ตามจังหวะของตัวเอง หยุดรถเพื่อถ่ายรูปเมื่อเจอสัตว์ที่น่าสนใจ และใช้เวลากับสัตว์ที่คุณชอบได้นานเท่าที่ต้องการ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะไม่ต้องจ่ายค่าบริการรถนำเที่ยวเพิ่มเติม

ข้อควรระวังสำหรับการขับรถส่วนตัว: ต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในโซนสัตว์นักล่า ต้องปิดกระจกให้สนิทและห้ามเปิดประตูรถเด็ดขาด

รถนำเที่ยวของอุทยาน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้ขับรถมาเอง หรือครอบครัวที่มีเด็กเล็ก รถนำเที่ยวแบบเปิดโล่ง (Open-Sided Coach) เป็นตัวเลือกที่สะดวกและปลอดภัย รถนำเที่ยวจะพาคุณไปตามเส้นทางซาฟารี พร้อมมีไกด์คอยให้ข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์แต่ละชนิด

ข้อดีของรถนำเที่ยวคือความสูงของตัวรถ ซึ่งช่วยให้คุณมองเห็นสัตว์ได้ชัดเจนกว่า โดยเฉพาะในโซนที่มีหญ้าสูง และยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก เพราะเด็กๆ อยู่ในรถนำเที่ยวได้อย่างปลอดภัย

สัตว์ที่อาจได้พบเห็น

หนึ่งในไฮไลท์ของไดรฟ์ทรูซาฟารีคือการได้เห็นสัตว์ป่าหลากหลายชนิดในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติ

สัตว์กินพืช

ในโซนสัตว์กินพืช คุณจะได้พบกับสัตว์ที่เดินเพ่นพ่านไปมาอย่างอิสระ ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจที่สุด ยีราฟมักจะเดินเข้ามาใกล้รถ เงยหน้ามอง และบางครั้งก็แหย่หัวเข้ามาใกล้หน้าต่าง นอกจากนี้ยังมีม้าลาย แรด เนื้อทราย และนกกระจอกเทศที่เดินสวนทางกับรถของคุณ

ในซาฟารีบางแห่ง เช่น Safari World Bangkok ยังมีฝูงยีราฟมากกว่า 200 ตัว รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่อื่นๆ เช่น ควายแอฟริกา วิลเดอบีสต์ และอิมพาลา

สัตว์นักล่า

โซนสัตว์นักล่าคือส่วนที่น่าตื่นเต้นและต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ สิงโตและเสือโคร่งมักจะนอนเล่นอยู่ตามบริเวณต่างๆ หรือบางครั้งก็เดินข้ามเส้นทางรถของคุณ

ในโซนนี้ กฎความปลอดภัยมีความเข้มงวดที่สุด ต้องปิดกระจกรถให้สนิท ห้ามเปิดหน้าต่าง และห้ามเปิดประตูรถเด็ดขาด

การเตรียมตัวก่อนไป

เวลาที่เหมาะสม

เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชมคือตอนเช้า โดยเฉพาะเวลาประมาณ 9 โมงเช้า เพราะสัตว์จะตื่นตัวและเคลื่อนไหวมากที่สุด หลังจากนั้นอากาศจะร้อนขึ้นและสัตว์มักจะไปนอนหลบร้อน

ตั๋วและการจอง

แนะนำให้ซื้อตั๋วล่วงหน้าทางออนไลน์ เพราะมักจะมีราคาที่ถูกกว่าและช่วยประหยัดเวลาต่อคิว ควรตรวจสอบว่าตั๋วที่ซื้อครอบคลุมทั้ง Safari Park และ Marine Park (ถ้ามี) หรือไม่

สิ่งที่ควรเตรียม

  • กล้องถ่ายรูป: เตรียมให้พร้อม เพราะคุณจะได้เจอสัตว์ใกล้ๆ มากกว่าที่คิด
  • น้ำดื่มและหมวก: อากาศในซาฟารีพาร์คมักจะร้อน โดยเฉพาะช่วงกลางวัน
  • เวลา: การเที่ยวชมซาฟารีใช้เวลาประมาณ 45-60 นาที ควรเผื่อเวลาให้เต็มที่

กฎความปลอดภัยที่ต้องจำ

  1. ห้ามเปิดกระจกหรือประตูรถในโซนสัตว์นักล่า เป็นกฎที่สำคัญที่สุด
  2. ห้ามให้อาหารสัตว์ ยกเว้นในพื้นที่ที่กำหนดให้เท่านั้น
  3. ขับรถด้วยความเร็วต่ำ และระวังสัตว์ที่อาจเดินข้ามถนน
  4. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ในทุกขั้นตอน

Related Post

Wildlife Safari Ranch

สวนสัตว์เปิด นิยามใหม่แห่งการท่องเที่ยวธรรมชาติและการเผชิญหน้ากับสัตว์โลกสวนสัตว์เปิด นิยามใหม่แห่งการท่องเที่ยวธรรมชาติและการเผชิญหน้ากับสัตว์โลก

ลองนึกภาพการขับรถผ่านทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ สัตว์ป่านานาชนิดเดินเพ่นพ่านอย่างอิสระรอบๆ รถของคุณ ไม่มีกรงขัง ไม่มีรั้วกั้น นี่ไม่ใช่แอฟริกา แต่คือประสบการณ์ที่ Wildlife Safari Ranch มอบให้ Wildlife Safari Ranch คืออะไร Wildlife Safari Ranch คือพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ผสมผสานระหว่างฟาร์มปศุสัตว์และเขตอนุรักษ์สัตว์ป่าเข้าด้วยกัน แตกต่างจากสวนสัตว์ทั่วไปที่สัตว์ถูกขังอยู่ในกรง ที่นี่สัตว์สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระในพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสสัตว์ป่าอย่างใกล้ชิดในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงธรรมชาติมากที่สุด ข้อแตกต่างจากสวนสัตว์แบบดั้งเดิม สภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง: ในสวนสัตว์ทั่วไป สัตว์จะอยู่ในกรงหรือคอกที่จำกัด แต่ใน Safari Ranch สัตว์อาศัยอยู่ในพื้นที่กว้างใหญ่หลายร้อยเอเคอร์

Buffalo Encounters

ควายป่าแอฟริกา บรรพบุรุษแห่งทุ่งหญ้าสะวันนาที่คุณควรรู้จักควายป่าแอฟริกา บรรพบุรุษแห่งทุ่งหญ้าสะวันนาที่คุณควรรู้จัก

ควายป่าแอฟริกา (African Buffalo) เป็นหนึ่งใน “บิ๊กไฟว์” (Big Five) สัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่นักท่องเที่ยวใฝ่ฝันที่จะได้เห็น โดยเฉพาะในทุ่งหญ้าสะวันนา ควายป่าเป็นสัตว์ที่แข็งแกร่ง มีพละกำลังมหาศาล และมักอาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักควายป่าในทุกมิติ ตั้งแต่ลักษณะนิสัย พฤติกรรม พลังของฝูง ไปจนถึงสิ่งที่ควรรู้และไม่ควรทำเมื่อพบเจอ ควายป่าแอฟริกาเป็นสัตว์ประเภทไหน ควายป่าแอฟริกา (Syncerus caffer) เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในตระกูล Bovidae เช่นเดียวกับวัวและควายบ้าน แต่มีขนาดใหญ่กว่าและมีพละกำลังมหาศาล ควายป่ามีกี่ชนิด ควายป่าแอฟริกามีอยู่ 4 ชนิดย่อย โดยควายป่าเคป

Endangered Wildlife Awareness

ตื่นรู้เพื่ออนุรักษ์ ร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และวิกฤตที่พวกมันเผชิญตื่นรู้เพื่ออนุรักษ์ ร่วมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ และวิกฤตที่พวกมันเผชิญ

สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ไม่ได้เป็นเพียงชื่อในบัญชีแดงของ IUCN แต่เป็นตัวชี้วัดสุขภาพของโลกที่เราอาศัยอยู่ ทุกครั้งที่สัตว์ชนิดหนึ่งสูญพันธุ์ ระบบนิเวศก็สูญเสียเสี้ยวส่วนสำคัญของความสมดุล และมนุษย์ก็สูญเสียพันธมิตรในการดำรงชีวิต บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักความหมายของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ ภัยคุกคามที่พวกมันเผชิญ บทบาทของอุทยานสัตว์ป่าในการสร้างความตระหนักรู้ และวิธีที่คุณสามารถมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ได้ตั้งแต่ตอนนี้ สัตว์ใกล้สูญพันธุ์คืออะไร: ทำความเข้าใจสถานะและความหมาย สัตว์ใกล้สูญพันธุ์ (Endangered Species) คือสัตว์ที่มีความเสี่ยงสูงที่จะสูญพันธุ์จากโลกในอนาคตอันใกล้ หากไม่มีการดำเนินการอนุรักษ์ที่เหมาะสม องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ (IUCN) ได้จัดทำบัญชีแดง (Red List) เพื่อประเมินสถานะของสิ่งมีชีวิต โดยแบ่งระดับความเสี่ยงออกเป็นหลายขั้น ตั้งแต่ ใกล้สูญพันธุ์อย่างยิ่ง (Critically Endangered) ไปจนถึง สูญพันธุ์แล้ว